GruNges... Style ...

posted on 23 May 2009 22:17 by hippygal

"กรั๊นจ์"คืออะไร?

ถ้าเป็นศัพท์ที่บ้านก็จะหมายถึง มีความเป็นอยู่แบบดิบๆไม่สนโลก ยกตัวอย่าง----->ไอ้สาดแว่นมึงเดินไปกินข้าวปากซอยไม่ใส่รองเท้าแล้วมาเหยียบที่นอน มึงกรั๊นจ์มาก..หรือ------> ห้องมึงกรั๊นจ์ม๊าก นอนที่นอนนอนมึงมีเม็ดบีดต์เต็มเลย จะว่าง่ายๆคือ มึงซ๊ก ม๊ากกก

แต่ไอ้เจ้า "กรั๊นจ์"ที่เค้าอินๆกันอยู่ ก็คือการแต่งตัวแบบต่อต้านแฟชั่น และได้กระแสนิยมจากดนตรีแนวนี้ ก็อย่างว่า ดนตรีต้องมาพร้อมแฟชั่นเป็นอนิจจัง

ที่นึกถึงแล้ว "กรั๊นจ์"แบบต้นตำหรับก็ต้อง  Kurt Cobain แห่งวง Narvana  วงดนตรีแนว Grunge Rock Band ก่อตั้งเมื่อปี 1990 ผู้สร้างกระแสเพลงและแฟชั่นแนวนี้

ให้โลกได้รู้จักอย่างเป็นทางการ

 

บางคนสงสัย ยกมือถาม"แล้้ว พังค์ กะ กรั๊นจ์ มันต่างกันยังไง?

เอาง่ายๆ"กรั๊นจ์"เป็นแนวเซอร์แบบอเมริกันคือกางเกงยีนส์ตัวเสื้อตัว

แต่พั้งค์ เป็นแนวเซอร์แบบอังกฤษ คือทรงผมที่มีเอกลักษณ์ เสื้อผ้าจะเน้นสีดำในวัสดุที่แตกต่าง

เครื่องประดับหนัง หมุด การเจาะร่างกาย อะไรต่ออะไรุงรัง ส่วนตัวว่า พั้งค์ดูชัดเจน เก๋า

 



และ คลาสสิคกว่านะ แต่ไงก็เหอะทั้งสองอย่างต่างก็ถูกเรียกว่า

"ขบถแฟชั่น"

ว่ากันต่อเรื่อง"กรั๊นจ์" 

"กรั๊นจ์"  มันได้รับความนิยมมาก ในช่วงต้นปี90' ส่วนสีที่เป็นกร๊นจ์จริงๆแล้วค่อนข้างจะออกไปทางดาร์คๆทึมๆ

จนถึงมอมแมมหน่อยๆรูปแบบการสวมใส่ซ้อนทับ และมีกลิ่นอายของพังค์ร็อคอยู่

 

เห็นบ่อยในงานของดีไซเนอร์ญี่ปุ่นหลายคน รวมไปถึงงานช่วงแรก
ของ "Marc Jacobs" ด้วย เพราะรายนี้เกิดมากับเสื้อผ้าสไตล์นี้แต่กรันจ์แบบจาค๊อปจะดูไม่หนักหนาบ้าพลังจนเกินไป

แบบนี้เราชอบ เพราะตรงกับบุคลิกเราที่สุด ร็อคที่อยู่บนพื้นฐานของความเรียบแตไม่ง่าย เราเรียกสไตล์ของเราอย่างเก๋กู๊ดว่า

"Grunge-Chic"

เห็นมั้ยขนาดร็อคยังดูดีสบายตาน่ามอง

 

เปิดใจให้กว้าง ค้นหาตัวเองให้เจอ และสนุกกับมัน ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว การแต่งตัว ทำให้คุณขายออก 555

 

 

 

 

 

edit @ 23 May 2009 23:36:37 by "FuNWhaN"

edit @ 23 May 2009 23:57:17 by "FuNWhaN"

1. การรักใครสักคนแล้วเค้าไม่รักตอบ Ok เป็นทุกข์ แต่จะทุกข์ยิ่งกว่า ถ้ารักเค้าแต่ไม่มีความกล้าพอ ที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้

2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลงและความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไป... โอ๊ยแล้วจะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ย ฉันยังมีความลุ่มหลงนั้นอยู่นะ

3.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการได้เจอคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
แต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น ก็ได้แต่ปล่อยให้ผ่านพ้นไป...Okเช้าใจว่ามันเศร้าสุดหัวใจ ชิวิตก็อย่างนี้


4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลง
ไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ จำไว!คนเรามีทุกข์มีสุขปนปนกันไป


5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด คุณมีกันบ้างหรือยัง?


6. ให้ความสำคัญกับเรื่องที่คิดว่าเล็กน้อยก่อนเราจะสูญเสียสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไป ... เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา


7. ถ้าคิดจะมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหมายความว่าเขาจะรักเราตอบเสมอไป อย่าคาดหวังที่จะได้รักตอบ
แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา และถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ขอให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง


8. มีสิ่งที่คุณอยากจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ


9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจได้"ข้อนี้สำคัญมากคิดให้ก่อนที่จะพูดจาทำร้ายจิตใจกัน


10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน...Okขอแค่มีศรัทธาแต่ถ้าได้เค้าคืนมาอย่าลืมท่องข้อ17ไว้ตลอด


11. อย่ามองใครเพียงแค่รูปลักษณ์  เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย
เพราะเค้าอาจจะกู้มาได้ ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส


12. การที่เราจะประทับใจใครนั้น อาจใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใคร
อาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลา ชั่วชีวิต


13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอ
ที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอ ที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นสุข


14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวด จากสิ่งเดียวกันเช่นกัน


15. จุดเริ่มของความรักคือ การปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง
อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่า เราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา


16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขาม ีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก


17. อนาคตที่สดใส มีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวาง
จากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ


18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม
จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...

 

 ...

 

 

 สุดท้ายเตือนสติตัวเอง"อดทน ยิ้ม มองโลกในแง่ดี ชีวีมีสุข"

 

edit @ 19 May 2009 06:08:17 by "FuNWhaN"

edit @ 19 May 2009 06:38:16 by "FuNWhaN"